แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพิ่มอสุจิ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพิ่มอสุจิ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ต่อมลูกหมากโต...น่ากลัวไหมครับ





ต่อมลูกหมาก เป็นอวัยวะหนึ่งในระบบสืบพันธุ์เพศชาย ลักษณะเป็นก้อนขนาดประมาณลูกเกาลัด ล้อมรอบท่อปัสสาวะส่วนต้น (อยู่ถัดจากส่วนล่างของกระเพาะปัสสาวะ) คนละส่วนกับลูกอัณฑะ ซึ่งอยู่ในถุงอัณฑะด้านนอก ดังนั้น การตรวจคลำต่อมลูกหมาก จึงต้องตรวจโดยการใช้นิ้ว หรือเครื่องมือสอดทางทวารหนัก
เมื่อผู้ชายมีอายุ 40 ปีขึ้นไป ต่อมลูกหมากจะมีการโตขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะแสดงอาการหลังจากอายุ 50 ปีไปแล้ว บางคนอาการมาก บางคนอาการน้อย และเมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่จะเกิดอาการ และความรุนแรงของอาการจะเพิ่มขึ้น


อาการของโรคต่อมลูกหมากโต เกิดจากเมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้น จนกดเบียดให้ท่อปัสสาวะส่วนต้น (ที่ต่อมลูกหมากล้อมรอบอยู่) แคบลง เกิดแรงเสียดทานในท่อปัสสาวะ ทำให้การปัสสาวะลำบากขึ้น อาการที่แสดงจะมี 2 กลุ่ม  


ปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน           
ปัสสาวะต้องรีบ กลั้นไม่ได้นาน           
ปัสสาวะเล็ดและราดเวลาปวดปัสสาวะ  
อาการปัสสาวะไม่สุด รู้สึกเหมือนว่ายังมีปัสสาวะค้างอยู่


ปัสสาวะต้องเบ่ง               
ปัสสาวะต้องรอ ไม่ออกทันที               
ปัสสาวะหยุดเป็นช่วงๆ       
ปัสสาวะพุ่งไม่แรง             
ปัสสาวะหยดๆ ตอนท้ายของการปัสสาวะ


โรคต่อมลูกหมากโต จัดเป็นโรคเนื้องอกชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง ดังนั้น โดยตัวของโรคเองไม่ถือว่าร้ายแรง ผู้ป่วยที่มีอาการข้างต้น มักมีปัญหาเกี่ยวกับการพักผ่อน ความวิตกกังวล รวมไปถึงการรบกวนชีวิตประจำวัน และการเข้าสังคม

ในกรณีที่อาการของโรครุนแรงมากขึ้น จนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อและอักเสบของทางเดินปัสสาวะ การเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และการเสื่อมการทำงานของไต ถือเป็นอันตราย และเป็นข้อบ่งชี้ที่จะต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข

อันตรายอย่างหนึ่งที่ควรระวัง คือ มะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งพบได้ในผู้ชายสูงอายุเช่นกัน ผู้ที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก อาจมีอาการคล้ายกับโรคต่อมลูกหมากโต เมื่อไม่ได้รับการตรวจและรักษาที่ถูกต้อง ก็เป็นการเปิดโอกาสให้มะเร็งลุกลามไปได้
ได้เวลาไปหาหมอ

ดังนั้นชายที่มีอายุ 40-50 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี รวมถึงการตรวจต่อมลูกหมาก โดยการตรวจทางทวารหนักและการเจาะเลือด เพื่อดูค่าบางอย่างที่เกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมาก เพื่อเป็นการป้องกันแต่เนิ่นๆ
ในรายที่มีอาการผิดปรกติ ดังที่กล่าวข้างต้น ควรเข้ารับการตรวจรักษา และรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคระบบทางเดินปัสสาวะ





แพทย์จะให้การรักษาตามความรุนแรงของอาการผู้ป่วยแต่ละคน โดยแบ่งเป็น 3 วิธี

1. การเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย แพทย์จะแนะนำให้สังเกตอาการและปรับพฤติกรรมดังนี้   

ลดน้ำดื่มหลังอาหารเย็น และก่อนนอน        
พยายามไม่ให้ท้องผูก               
หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือชากาแฟ        
หลีกเลี่ยงยาลดน้ำมูกบางตัวที่มีผลกับการปัสสาวะ


ยากลุ่มต้านอัลฟ่า ที่ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อรอบต่อมลูกหมาก ทำให้ท่อปัสสาวะที่ตีบแคบขยายกว้างขึ้น ทำให้ปัสสาวะสะดวกขึ้น           
ยากลุ่มต่อต้านเอนไซม์ที่มีผลต่อการโตของต่อมลูกหมาก ซึ่งจะมีผลยับยั้งต่อมลูกหมากไม่ให้โตขึ้น และถ้าใช้เป็นเวลานาน 6 เดือนขึ้นไป จะมีผลให้ต่อมลูกหมากมีขนาดลดลงในระดับหนึ่ง

ปัสสาวะไม่ออก (ต้องใส่สายสวนปัสสาวะ)            
มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ              
มีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะหลายครั้ง    
ไตเสื่อมการทำงานซึ่งเป็นผลจากการอุดตัน

    
ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์ที่บ่งบอกว่า การมีเพศสัมพันธ์ที่มากหรือน้อย จะมีผลต่อการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต

ผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งมีความเสี่ยงเกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย ดังนั้นการลดการกินเนื้อสัตว์ และอาหารฟาสต์ฟู้ด และการกินอาหารที่ปรุงจากธัญพืช เช่น ถั่วเหลือง งา เมล็ดฟักทอง น้ำมันรำข้าว มะเขือเทศ จะช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก และช่วยให้สุขภาพแข็งแรงดีขึ้น
 

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่
คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178
ดูรายละเอียดที่ http://www.pannfiturok.blogspot.com/


วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

พิสูจน์แล้ว UROK ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้จริง




จากคำบอกของผู้รับประทาน UROK แล้ว เห็นผลจากการดื่มตั้งแต่ 3 วันแรกหลังการรับประทาน
สามารถทำให้ช่วงเวลาสำคัญของเขามีความสุขได้ดังใจ สรรพคุณของ UROK เป็นจริงตามข้อความ
โฆษณาไว้ ทำให้ยอดขายของUROK เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • อาการหลังจากรับประทาน UROK
  • อาการกระปี้กระเป่า คึกคัก ตื่นตัวจะตามมา ตั้งเช้าวันต่อมา(หลังรับประทาน)
  • แก้ปัญหาการไม่แข็งตัวของชายวัยทอง
  • แก้ปัญหา หลั่งเร็ว นกเขาไม่ขัน
  • ช่วยปรับสภาพฮอร์โมนเพศชาย
  • ทำให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
  • ทำให้มีพละกำลังต่อเนื่อง
  • ทำให้มีอารมณ์(ความต้องการ)
  • ทำให้มีกิจกรรมได้ยาวนานขึ้น
  • ทำให้อวัยวะทำหน้าที่ได้เต็มที่
ลองรับประทาน UROK ตั้งแต่วันนี้........
ไม่เป็นอันตรายกับผู้มีโรคประจำตัว โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคหัวใจ รับประทานได้ได้
ผู้บริโภคให้การตอบรับ และยอมรับในคุณภาพสินค้าที่ไม่มีผลข้างเคียงและได้ผล 100%" รับประทาน
ต่อเนื่องได้และจะปรับสภาพฮอร์โมนและเพิ่มสมรรถภาพท่านชายให้มากขึ้น
UROK ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากธรรมชาติ ไร้สารเคมี มี อย. คุณจึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย
ต่อสุขภาพอย่างแท้จริงและยั่งยืน UROK จะช่วยให้สุขภาพของคุณแข็งแรงขึ้น ดีขึ้น
เลขที่ อย. 12-2-00129-1-0079
ปริมาณรับประทาน วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 แคปซูล ก่อนนอน
คุณสมบัติของ U.RO.K ไม่ใช่เพียง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้รับประทาน แข็งแรงขึ้น สดชื้นขึ้น ตั้งแต่ ครั้งแรกที่รับประทาน U.RO.K
1.             เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ข้อต่อ กระดูก ลดอาการอักเสบของกล้ามเนื้อ อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ บำรุงกล้ามเนื้อทุกสัดส่วนของร่างกาย รวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจ(ไม่ต้องห่วงสำหรับผู้ที่มีอาการของโรคหัวใจ)
2.             ปรับสมดุล และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ห่างไกลจากโรคร้าย
3.             บำรุงเลือด ปรับสมดุลเลือดไหลเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ
4.             บำรุงหัวใจ ตับ ไต ม้าม ปอด ดูแลกล้ามเนื้อหัวใจ ลดความดัน ลดการอักเสบ เพิ่มออกซิเจนในปอด
5.             ฟื้นฟู และคืนสมดุลสมรรถภาพทางเพศ และปกป้องปัญหาต่อมลูกหมาก
6.             ลดสภาวะวัยทอง บำรุงผิวพรรณ ให้คุณกระปรี้กระเปร่าสดชื่นแข็งแรงอยู่เสมอ
7.             ป้องกันการเกิด อาการช็อค ช่วยปรับปรุงความยืดหยุ่นของเส้นเลือด เพื่อป้องกันอาการเส้นเลือดในสมองเปราะแตกในผู้สูงอายุ
8.             เพิ่มประสิทธิภาพสมุนไพรให้เต็ม 100 % ด้วยสูตรโปรไบโอติก (ดูดซึมไวให้คุณค่าของโอสถสารทันทีเมื่อเข้าสู่ร่างกาย)
เลขที่ อย. 12-2-00129-1-0079
ปริมาณรับประทาน วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 แคปซูล ก่อนนอน
ปริมาณและราคาจำหน่าย
1 กล่อง มี 30 แคปซูล ราคากกล่องละ 1,950 บาท
ดูข้อมูลที่ http://urokpannfit.blogspot.com
สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่
คุณวราพร แคล้วศึก   โทร 0859083178
อีเมลล์ pannfit@gmail.com

บล็อกสินค้าแนะนำ




 

 


 

การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ.....ของคุณผู้ชาย

การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ....ของคุณผู้ชาย

 


การหย่อนสมรรถภาพทางเพศหมายถึงภาวะที่อวัยวะเพศ ไม่สามารถแข็งตัวได้อย่างเพียงพอ ที่จะมีเพศสัมพันธ์ บางคนอาจจะไม่แข็งตัว บางคนอาจจะหลั่งเร็ว บางคนอาจจะมีอาการปวดเวลาหลั่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะเพศไม่พอพบได้ร้อยละ 5 ในผู้ที่อายุน้อยกว่า 40 ปี พบได้ร้อยละ 37.5สำหรับผู้ที่อายุมากกว่า 40-70 ปี
ใครที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้
1.            อายุ พบว่าอายุมากก็พบโรคนี้ได้เพิ่มขึ้นโดยพบว่าผู้ที่มีอายุ 40-49,50-59,60-70 ปีจะพบ ED ได้ร้อยละ 20.4,46.3,73.4 ตามลำดับ
2.            สังคมและเศรษฐกิจพบว่าผู้ที่มีรายได้สูง มีความรู้ อาชีพที่ดีจะมีปัญหา ED น้อยกว่าคนที่มีรายได้น้อย
3.            โรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรัง โรคประจำตัวต้องเป็นโรคเรื้อรังที่เป็นมานานพอควรเป็นโรคที่มีผลต่อหลอดเลือดแดง หลอดเลือดดำ กล้ามเนื้อบริเวณอวัยวะเพศสามารถทำให้โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เช่นโรคเบาหวาน โรคไต โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคหลอดเลือดแดงแข็ง atherosclerosis โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศในกลุ่มนี้พบได้ร้อยละ 70 โรคที่สำคัญได้แก่
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะจะทำให้มีการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศน้อยลง
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคเบาหวานมักจะเกิดหลังจากเป็นเบาหวานแล้วประมาณ 10 ปีซึ่งมีสาเหตุสำคัญคือ เส้นเลือดแข็ง ระบบประสาทอัตโนมัติ
  • โรคต่อมลูกหมากโต
1.            การผ่าตัดและอุบัติเหตุที่มีผลต่อเส้นประสาทที่ไปควบคุมการแข็งตัวขององคชาต เช่นการผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน การผ่าตัดต่อมลูกหมาก การได้รับอุบัติเหตุที่อวัยวะเพศ ประสาทไขสันหลัง กระเพาะปัสสาวะ กระดูกเชิงกราน อาจจะทำลายเส้นประสาททำให้เกิดกามตายด้าน การผ่าตัดผ่านทางท่อปัสสาวะ
2.            จากยาที่รับประทาน ยาหลายชนิดอาจจะทำให้ความต้องการทางเพศลดลง บางชนิดอาจจะทำให้เกิดกามตายด้าน
3.            พฤติกรรมการดำรงชีวิตได้แก่
  • การสูบบุหรี่ คนที่สูบบุหรี่จะมีการเกิด ED สูงกว่าคนไม่สูบโดยพบได้ร้อยละ 45 คนปกติพบได้ร้อยละ 35
  • การดื่มสุรา คนที่ดื่มสุราจะมี RD ร้อยละ 54 ซึ่งคนปกติพบได้ร้อยละ 28
  • การออกกำลังกายผู้ที่ออกกำลังจะพบได้น้อยกว่าผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย
1.            ED ที่เกิดจากจิตใจพบได้ประมาณร้อยละ 10-20 ของผู้ป่วยโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ภาวะดังกล่าวอาจจะเกิดจากความเครียด ความวิตกกังวลเกี่ยวกับงาน ครอบครัว ความกลัวความล้มเหลวทางเพศสัมพันธ์ หรือถูกตำหนิจากคู่ครองทำให้หมดความมั่นใจ
อาการของผู้ป่วย
    • ไม่สามารถแข็งตัวได้ตลอดการมีเพศสัมพันธ์
    • อวัยวะเพศไม่แข็งตัวเต็มที่
    • ไม่สามารถแข็งตัวเลย      
หากคุณมีอาการดังกล่าวนานเกิน 2 เดือนหรืออาการเกิดซ้ำควรปรึกษาแพทย์
ความรุนแรงของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศแบ่งออกได้ 3 ระดับคือ
อาการน้อย คือสามารถมีเพศสัมพันธุ์ได้สำเร็จเกือบทุกครั้ง
อาการปานกลาง คือมีเพศสัมพันธุ์ได้สำเร็จประมาณครึ่งหนึ่ง
อาการรุนแรง คือมีเพศสัมพันธุ์ไม่สำเร็จ