แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคมะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคมะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

จู๋หัก ไหนใครว่าจู๋ไม่มีกระดูก


หลายคนตอนเด็ก ๆ คงเคยคิดว่าการที่อวัยวะส่วนสำคัญของผู้ชายแข็งและตั้งตรงได้นั้น เป็นเพราะข้างในมีกระดูกดามอยู่ และถ้าหากใช้ไม่ระวังให้ดีก็มีโอกาสที่จะหักกลางได้ จนเมื่อโตขึ้นมา หลายคนก็เริ่มจะมีความรู้มากขึ้น ทั้งจากการเรียนและจากการถามจากแหล่งต่าง ๆ ทำให้ทราบว่าจริง ๆ ข้างในนั้นไม่มีกระดูก แต่เป็นฟองน้ำเบ ๆ ธรรมดา ก็เลยเบาใจมาหน่อย แล้วก็เริ่มต้นใช้อย่างไม่บันยะบันยัง





























แล้วจริง ๆ จู๋หักได้หรือไม่ ถ้าหากเรายึดตามหลักพุทธศาสนานั้น ทุกสรรพสิ่งสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลงและไม่มีอะไรคงทนถาวร ดังนั้นจู๋เราก็เป็นส่วนนึงของกฎไตรลักษณ์เช่นกัน คือมันไม่เที่ยง มีตื่นก็มีเหี่ยวฉันใด มีตั้งก็มีหักได้ฉันนั้น และก็เลยเป็นที่มาของหัวเรื่องนี่แหละ ว่าจริง ๆ แล้วหนะ จู๋มันหักได้แม้ไม่มีกระดูกก็ตาม

ธรรมชาติของจู๋ผู้ชายนั้น ประกอบด้วยฟองน้ำ 2 ส่วน อันนึงชื่อ corcopa cavernosa และอีกอันนึงชื่อ corpus spongiosum ซึ่งเวลาปกติฟองน้ำพวกนี้ก็มีเลือดวิ่งเข้าไปออกมาพอเป็นกระษัย เพื่อทำหน้าที่เลี้ยงเซลล์ส่วนสำคัญให้พออยู่ได้และมีขนาดพอเหมาะพอเจาะกับการเก็บไว้ในที่ลับตา จนเมื่อถึงเวลาคับขัน เช่นถูกกระตุ้นโดยสิ่งรัญจวนเกินห้ามใจ ร่างกายก็จะส่งสัญญาณสารพัดอย่างทั้งกระแสประสาท ฮอร์โมน มาสั่งการให้เพิ่มปริมาณเลือดมาที่ฟองน้ำพวกนี้แหละ จึงเป็นสาเหตุให้จู๋คนปกติจะค่อย ๆ พองขึ้น (นึกไม่ออกลองไปเปิดน้ำใส่ฟองน้ำล้างจานได้นะ) และเมื่อมันพองได้ใจเต็มที่ เราก็จะเอามันมาใช้งานแล้วครับ




ทีนี้ถ้าหาเราใช้งานจู๋ตามปกติ ไม่สมบุกสมบันมาก มันก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งเค้าก็ใช้กันมาเป็นหมื่นปีแล้วหละ เช่นเดียวสรรพสัตว์ตัวผู้ต่าง ๆ ก็ไม่มีเรื่องเช่นกัน แต่ทีนี้มนุษย์ผู้เป็นสัตว์ประเสริฐ เราก็ย่อมมีความคิดสร้างสรรค์ความหฤหรรษ์ต่าง ๆ มากขึ้น ก็เลยเป็นที่มาของสารพัดท่าต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ ก็ครีเอตมาตั้งแต่บรรพกาลแล้วหละครับ เช่นรูปปั้นกามาสุตราของอินเดีย หรือคัมภีร์เต๋าของจีนที่มีมาเป็นพันปีแล้ว ทั้ง หงส์ร่อน มังกรรำ ลิงอุ้มแตง มณโทนั่งแท่น สารพัด ซึ่งบรรดาท่าพวกนี้แหละ ทำให้บางครั้งเกิดความมันส์จนเกิดยั้งใจเป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องขึ้นมา






















ท่าที่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของการทำให้จู๋หักนั้นคือ woman on top นั่นเองครับ (แต่จริง ๆ แล้วนอกจากการมีเพศสัมพันธ์แล้ว การช่วยตัวเองที่รุนแรงผิดมนุษมนา หรือผิดปกติวิสัยก็ทำให้จู๋หักได้) ซึ่งต่อไปจะเรียกว่าหักงวงไอยราละกัน เพราะว่าจริง ๆ ลักษณะโครงสร้างของอวัยวะส่วนนี้เค้าออกแบบมาให้ใช้ในแนวราบ แต่เมื่อเราเอามาใช้ในแนวตั้ง ทีนี้เมื่อเวลาหน้ามืด มันก็เริ่มไม่ตั้งอย่างเดียวแล้ว มันดันมีเฉียงเหนือเฉียงใต้ แล้วลองคิดหละกันครับ ว่าน้ำหนักต่ำ ๆ ก็ 35++ (ถ้าหากใครที่แบกน้ำหนักต่ำกว่านี้ก็ระวังคุกหน่อยนะครับ) แล้วเอามากดใส่ฟองน้ำเบ ๆ จะเหลือหรือครับ ก็เลยทำให้ฟองน้ำเกิดอาการฉีกขาดขึ้นมา ซึ่งสัญญาณแรกที่ทำให้เจ้าตัวรู้คือ มันจะมีเสียงครับ ตามตำราเรียก cracking sign ซึ่งก็ประมาณเสียงมันฝรั่งเลย์แตกแหละครับ (อ้อ จากสถิติทางการแพทย์นะครับ พบว่าเสาเหตุที่พบบ่อยสุดคือท่ากดไปทางด้านหน้าหรือเอาน้ำหนักพาดจู๋ไปทางสะดือหนะครับ)






















เมื่อมีเสียงนี้ดังขึ้นก็งานเข้าแล้วครับพี่น้อง เจ้าทุกข์ก็จะเริ่มมีอาการปวดขึ้นอย่างทันทีทันใดและอวัยวะส่วนสำคัญก็จะเริ่มบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นประมาณมะเขือม่วง (eggplant sign) หลายคนคงงงนะครับว่ามันบวมได้ไง ก็เพราะจริง ๆ จู๋คนเรามันไม่ได้มีแค่ฟองน้ำเฉย ๆ ครับ แต่มันยังมีเนื้อเยื่อคลุมฟองน้ำไว้อีกชั้นนึง (tunica albuginea) ทีนี้เมื่อฟองน้ำที่มันเก็บเลือดฉีก เลือดก็จะกระจายไปรอบทิศทางครับ อยู่ใต้เนื้อเยื่อพวกนั้น เลยเป็นสาเหตุให้มันบวมใหญ่ม่วงคล้ำขึ้นมา โดยเลือดมันจะเซาะไปทั้งบริเวณถุงอัณทะและท้องน้อยได้ ซึ่งหลายคนเห็นแล้วอย่าพึ่งหลงดีใจว่าใช้ครบโปรโมชั่นแล้วมันใหญ่ขึ้นเองนะครับ ที่เกิดขึ้นนี้หนะมันต้องรักษาครับ ซึ่งตัวของสำคัญมันก็จะเบนไปในด้านตรงข้ามกับที่มันฉีกครับ เช่นด้านขวาฉีก จู๋ก็จะบวมแล้วเอนไปด้านซ้าย โดยวิธีที่ดีที่สุดก็คือให้รีบเอาน้ำแข็งโปะครับ เพื่อช่วยยุบบวมและทำให้เส้นเลือดหดตัว จากนั้นก็หิ้วสังขารมาหาหมอครับ ซึ่งเมื่อมาถึงโรงพยาบาลเจอคุณหมอศัลยกรรมก็จะทำการแก้ไขให้ โดยวิธีผ่าตัดครับ (ต้องรีบมาหาหมอนะครับ หลายคนก็มัวแต่อายหมอไปซื้อยามาทานเอง ทำให้พลาดโอกาสทองไป มีงานศึกษาพบว่าถ้าทานยานี่โอกาสหายแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ครับ





















หลักการผ่าตัดก็คือต้องผ่าเข้าไปเพื่อหยุดและล้างก้อนเลือดออกให้หมดครับ จากนั้นก็ทำการหาตำแหน่งที่มันฉีกออกและทำการเย็บซ่อมด้วยไหมละลาย จากนั้นก็เย็บผิวหนังกลับคืนแล้วพันผ้างดใช้ซักเดือน 2 เดือนครับ ซึ่งหลังจากกลับไปใช้งานแล้ว พบว่าโอกาสกลับมาใช้งานได้เป็นปกติถึงประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ครับ



















สรุปนะครับ จู๋คนเราหักได้ถ้าไม่ระวัง หรือจริง ๆ ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องคือจู๋ฉีกมากกว่าเพราะว่ามันไม่มีกระดูก และควรยิ่งเพิ่มความระมัดระวังถ้าหากผู้หญิงจะขอขึ้นเป็นฝ่ายคุมเกมส์เอง ซึ่งอาจเอาบทความนี้ไปให้เค้าอ่านก่อนค่อยเริ่มก็ได้ และหากเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วอย่าลืมรีบมาพบแพทย์ทางเดินปัสสาวะครับอย่ามัวแต่ทะเลาะกัน อ้อ พันผ้าเย็นหรือโปะน้ำแข็งมาด้วยนะครับ และที่สำคัญที่สุดคืออย่าลืมหยิบบัตรทองหรือบัตรเครดิตติดมือมาด้วยครับ



















สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

ดูรายละเอียดที่ http://www.pannfiturok.blogspot.com/





วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ปัญหาผิวหนังสารพัดที่พบบ่อยในเพศชาย


Pearly penile papules

เป็นตุ่มเนื้อใส ๆ เล็ก ๆ ที่ขึ้นอยู่บริเวณใต้คอหยักของอวัยวะเพศชาย โดยส่วนใหญ่จะมีการวางตัวเป็นแถวหรือเป็นวงรอบบริเวณสันของหัวอวัยวะเพศ ซึ่งหลายครั้งทำให้เจ้าของมีอาการกังวลว่าจะผิดปกติหรือไม่ และก็ทำให้หลายครั้งแพทย์อาจจะวินิจฉัยผิดว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ตุ่มที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นได้ และไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งและก็ไม่ได้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างไรครับ โดยจะพบได้บ่อยใน
ผู้ชายที่ไม่ได้ขริบปลายอวัยวะเพศ แต่อย่างไรก็ตามกลไกการเกิดนี้ทางการแพทย์ยังไม่ทราบแน่ชัด ซึ่งบางคนก็เชื่อว่าเกิดจากต่อมเหงื่อที่เกิดการอุดตัน




โดยมีรายงานทางการแพทย์พบว่าตุ่มดังกล่าวนี้พบได้บ่อยในคนผิวดำมากกว่าคนผิวอื่น ๆ และพบได้ในคนที่ไม่ได้ขริบมากกว่าคนที่ขริบประมาณ 5 เท่า (33.3 % ในคนที่ไม่ได้ขริบเทียบกับ 7 %ในคนที่ขริบ) โดยอาการที่เกิดขึ้นนี้พบได้ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของผู้ชายทั้งหมด และมักพบตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น โดยอาการที่นำคนไข้มาพบแพทย์คือสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (ร้อนตัวว่างั้น เพราะถ้านั่งสมาธิคงไม่หลอนหรอก)

สำหรับการรักษาอาการดังกล่าว ไม่มีความจำเป็นเนื่องจากถือไม่ใช่โรค มีผลแค่เรื่องความสวยงามและความวิตกกังวลของผู้ป่วยเท่านั้น โดยหากจะรักษา ในปัจจุบันก็มีการใช้เลเซอร์ เข้ามาทำการจี้เพื่อให้ต่อมพวกนี้มันหลุด แต่ก็ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะครับ ฉะนั้นอย่าไปคุ้ย แคะ แกะ เกาเอาเองนะครับ เพราะอาจจะทำให้มันอักเสบและติดเชื้อไปกันใหญ่ได้ แล้ววันร้ายคืนร้ายจะเสียของรักแบบไม่ตั้งใจ






fordyce spot หรือ sebaceous prominence

ค้นพบโดยแพทย์โรคผิวหนังชาวอเมริกันที่ชื่อ John Addison Fordyce ครับ
โดยต่อมพวกนี้คือต่อมไขมันที่ขึ้นผิดตำแหน่งครับ ซึ่งโดยปกติต่อมไขมันพวกนี้จะอยู่บริเวรหนังศรีษะครับ ทำหน้าที่สร้างของเหลวที่ชื่อ sebum ซึ่งจะมีลักษณะเป็นไขมันมาเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและเงางามให้กับเส้นผมครับ หรืออยู่ตามใบหน้าซึ่งถ้าเมื่อไหร่มันเกิดอุดตันก็จะกลายเป็นสิวนั่นเอง

โดยอาการที่เกิดขึ้นนี่ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอนครับ โดยส่วนใหญ่ก็จะมีมาตั้งแต่เกิดแต่จะไม่ชัดมาก จนเมื่อเข้าระยะสู่วัยรุ่น ฮอร์โมนเพศชาย testosterone จะไปทำหน้าที่กระตุ้นให้ต่อมพวกนี้ทำงานมากขึ้น ต่อมโตขึ้น มันก็จะเห็นเด่นชัดเป็นสง่าขึ้นมาครับ

อาการที่เกิดขึ้นพบในผู้ชายประมาณ 50 เปอร์เซนต์ครับ ลักษณะก็จะต่างกันไปในแต่ละคน บางคนมีแค่เม็ด สองเม็ด บางคนมีเป็นร้อย ๆ แต่ที่จะคล้าย ๆ กันคือมีลักษณะเป็นเม็ดเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 0.5-1 mm ครับ กระจายไปตลอดทั้งลำ และก็ไม่ได้ถือเป็นความผิดปกติรุนแรงอะไร ไม่ใช่โรคร้าย ไม่ใช่มะเร็ง ไม่ใช่





โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็น
สำหรับวิธีการรักษา ปัจจุบันก็ยังไม่มีวิธีที่ยืนยันได้ผล 100 เปอร์เซนต์นะครับ มีงานวิจัยบางอย่างใช้ tretinoine หรือพวก roaccutane ที่เค้าใช้ทาสิวนั่นแหละ ความเข้มข้นที่บางสุด ทาซึ่งก็สามารถหายได้บางคนนะครับ เพราะมันจะไปทำให้ต่อมพวกนี้เล็กลง แต่ข้อเสียก็คืออาจจะทำใหผิวบริเวณนั้นบางลง สีผิวไม่เสมอกันไปด้วยเพราะคุณสมบัติอีกอย่างของยานี้คือผลัดผิวครับนะครับ

บางคนเป็นมาก ๆ ก็อาจจะใช้ laser จี้ออกได้นะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องทำเพื่อความสวยงามล้วน ๆ ไม่ได้มีความจำเป็นใด ๆ และก็ไม่มีใครบอกได้ครับว่าเอาออกไปแล้ว จะมีขึ้นมาใหม่หรือเปล่า เพราะมันก็คือต่อมไขมันที่มีอยู่ทั่วร่างกายนี่แหละ

ดังนั้นไม่ต้องกังวลครับ มีได้ ใช้งานได้เหมือนเดิมครับ










สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

ดูรายละเอียดที่ http://www.pannfiturok.blogspot.com/




วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) มีผลต่อน้องชายของท่านชาย โดยเฉพาะยาควบคุมความดัน

โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) 



โรคความดันโลหิตสูง  หมายถึง ระดับความดันโลหิต 140/90 มม.ปรอท
หรือมากกว่าซึ่งจะเป็นค่าบนหรือค่าล่างก็ได้ 

 ตารางที่ ระดับความดันโลหิตสูง (มม.ปรอท)  จำแนกตามความรุนแรง
ในกลุ่มคนอายุ  18 ปีขึ้นไป


Category
SBP
-
DBP
Optimal
< 120
และ
< 80
Normal
120 – 129
และ /หรือ
80 - 84
High Normal
130 – 139
และ /หรือ
85 - 89
Grade 1 Hypertension (mild)
140 – 159
และ /หรือ
90 - 99
Grade 2 Hypertension (moderate)
160 – 179
และ /หรือ
100 - 109
Grade 3 Hypertension (severe)
> 180
และ /หรือ
> 110
Isolated Systolic Hypertension
> 140
และ
< 90


หมายเหตุ   SBP : Systolic Blood Pressure ,  DBP : Diastolic Blood Pressure  เมื่อความรุ่นแรงของ SBP และ DBP อยู่ต่างระดับกัน ให้ถือระดับที่รุนแรงกว่าเป็นเกณฑ์ สำหรับ Isolated Systolic Hypertension ก็แบ่งระดับความรุนแรงเหมือนกันโดยใช้แต่ SBP

สาเหตุ  มากกว่าร้อยละ 90 ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจะไม่ทราบสาเหตุ
แต่เชื่อว่าเกิดจาก 2 ปัจจัยใหญ่ คือ

 
1.กรรมพันธุ์  พบว่าผู้ที่มีบิดาหรือมารดาเป็นความดันโลหิตสูงมีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูงได้มากกว่าผู้ที่บิดามารดาไม่เป็น




  2.สิ่งแวดล้อม  ซึ่งสามารถแก้ไขได้ เช่น ภาวะอ้วน เบาหวาน การรับประทานอาหารเค็ม ดื่มสุรา สูบบุหรี่ ภาวะเครียด




อาการ  

  1. ความดันโลหิตสูงระดับอ่อน หรือปานกลางไม่มีอาการใดๆ แต่มีการทำลายอวัยวะต่างๆ ไปที่ละน้อย  จนเกิดผลแทรกซ้อนตามมา 


 
2. ความดันโลหิตสูงในระดับรุนแรง อาจมีอาการเลือดกำเดาไหล ตามอง



สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

ดูรายละเอียดที่ http://www.pannfiturok.blogspot.com/