วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

รากปลาไหลเผือก>>>>>ในผลิตภัณฑ์ UROK





ชาวไทยมุสลิมภาคใต้จะเรียกปลาไหลเผือก ว่า ตูกะอาลี หรือตุงกัตอาลี (Tongkat Ali) คือ สมุนไพรที่ช่วยกระตุ้นและเพิ่มสมรรถภาพทางเพศชายด้วยวิธีธรรมชาติอย่างได้ผล เนื่องจาก รากปลาไหลเผือก ประกอบด้วยสารที่ออกฤทธิ์เพิ่มสมรรถภาพทางเพศชายโดยตรงในปริมาณที่สูง ซึ่งสูตรลับนี้ค้นพบโดยนักวิจัยชาวสหรัฐอเมริกาคือ นายแพทย์ เรย์ ซาฮีเลี่ยน (Dr.Ray Sahelian MD.) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพรที่ช่วยส่งเสริมสมรรถภาพทางเพศตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ตงกัตอาลี เป็นสมุนไพรที่หลายประเทศให้การยอมรับมานาน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย รัฐบาลมาเลเซียส่งเสริมให้เป็นสมุนไพรส่งออกจนมีชื่อเสียงของประเทศ สมุนไพรชนิดนี้พบมากทางภาคใต้ของไทย ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปินส์


ออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone)

ช่วยเพิ่มจำนวนตัวสเปิร์มในน้ำอสุจิ บำรุงสเปิร์มและไขกระดูก

บำรุงกำลัง บำรุงร่างกายให้แข็งแรง

เสริมสร้างฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone) ซึ่งจะช่วยในการ

ชะลอความเสื่อมหรือ ชะลอความชราให้กับร่างกาย

เสริมสมรรถภาพทางเพศให้สมบูรณ์ โดยช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวดีขึ้น ทำให้เกิดการตื่นตัวทางเพศ ทำให้มีความคงทนในการมีเพศสัมพันธ์ได้นานขึ้น

เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือด

ป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูง,โรคเบาหวาน,ลดน้ำตาลในเลือด, บำรุงไต

ลดไข้ ลดอาการเมื่อยล้า เพิ่มพลังงาน และเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

ประกอบด้วย Superoxide dimutase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ

ลดภาวะวัยทองในผู้ชาย และหญิง, แก้ปวดมดลูกและตกขาวในผู้หญิง

มีคุณสมบัติในการต่อต้านเซลล์มะเร็งปอดและมะเร็งเต้านมได้ มีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรีย

ช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอว แก้ปวดกระดูก

ใช้ในการรักษาอาการข้อเสื่อมรูมาติก, เก๊าต์ และอื่นๆ เช่น อาการปวดข้อในหญิงวัยหมดประจำเดือน


รับประทานตามปริมาณที่แนะนำไม่มีผลข้างเคียง

สำหรับบางคนเมื่อรับประทานอาจจะมีอาการปวดเมื่อย วิงเวียน แก้ไขโดยการ

ดื่มน้ำเยอะๆ จนกว่าอาการจะหายไป ทางที่ดีควรเริ่มรับประทานในปริมาณน้อยๆ 

ก่อนแล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณตามคำแนะนำ

การใช้เป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศควรใช้และหยุด ในระยะเวลาเท่าๆ กัน 

เช่น วันเว้นวัน , การใช้ในปริมาณสูงและติดต่อกันนาน อาจเกิดผลข้างเคียงต่อ

ฮอร์โมนแอนโดรเจน คือ อาจทำให้ต่อมลูกหมากโตและทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ

การสร้างฮอร์โมนเพศชาย มาจากต่อมไฮโปทาลามัสจะทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน 

จีเอ็นอาร์เอช (GNRH) ไปกระตุ้นลูกอัณฑะให้สร้างฮอร์โมนเพศชายขึ้น คือ 

Testosterone จะมีระดับสูงสุดในช่วงตอนเช้าประมาณ 5-7 โมงเช้า 

Testosterone มีผลกับการพัฒนาลักษณะรูปร่างของเพศชาย ช่วยในเรื่อง

ความคงทนของกล้ามเนื้อและ รักษาสภาพหรือเพิ่มมวลของกล้ามเนื้อ อารมณ์

ทางเพศ และสมรรถภาพทางเพศ ฮอร์โมนตัวนี้ยังทำให้คุณภาพของการนอน

หลับดีขึ้น เพิ่มพลังงานของจิตใจและร่างกาย และยังสนับสนุนการพัฒนาทางอารมณ์

ฮอร์โมนเพศชายยังมีบทบาทในการสังเคราะห์โปรตีน ซึ่งมีผลต่อกิจกรรมในการ

ผลิตพลังงานของร่างกาย เช่น การผลิตเม็ดเลือดแดงในไขกระดูก การจัดรูป

ร่างของกระดูก การเผาผลาญของไขมันและแป้ง และการเจริญเติบโตของต่อมลูกหมาก

เทสทอสเตอร์โรนจะมีระดับสูงสุดเมื่ออายุราวๆ 20 ปี จากนั้นก็จะค่อย ๆ ลดลง

อย่างช้า ๆ โดยเฉลี่ยปีละ 2% เมื่ออายุมากขึ้น จะทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น 

กล้ามเนื้อลีบเล็ก อ้วนลงพุง ผมบางลง ความรู้สึกและความต้องการทางเพศลด

ลง เกิดภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่

นาน มีผลต่อการดำเนินชีวิตและสภาพทางจิตใจ ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในตัว

เอง ซึมเศร้า ห่อเหี่ยว การเพิ่มฮอร์โมนเพศชายโดยวิธีธรรมชาติก็จะทำให้

สามารถรักษาระดับฮอร์โมนเพศให้อยู่ในระดับปกติได้


ภาวะการถดถอยของฮอร์โมนเทสโทสเตอรอน การเข้าสู่วันทองของผู้ชายเกิด

จากการค่อยๆ สูญเสียฮอร์โมนทางเพศ เทสโทสเตอโรน โดยจะเกิดหลังช่วง

อายุ 35-40 ปีเป็นต้นไป โดยจะมีอาการในลักษณะต่างๆ ดังนี้เช่น อาการ

หงุดหงิดง่าย นอนไม่ค่อยหลับ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกผิดปกติ มีอาการอ่อนเพลีย 

กล้ามเนื้ออ่อนแรง ไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการเสื่อมสมรรถภาพทาง

เพศ และจากการวิจัยพบว่า ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน เป็นฮอร์โมนที่สำคัญต่อ

การทำงานในทุกส่วนของร่างกาย การมีระดับฮอร์โมนที่ต่ำจะก่อให้เกิดภาวะไข

มันในเส้นเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นต้น




สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

ดูรายละเอียดที่ http://www.pannfiturok.blogspot.com/

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เบาหวานทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ?





คำถามที่ได้ยินกันค่อนข้างบ่อยคือ เป็นโรคเบาหวานแล้ว สมรรถภาพทางเพศจะเสื่อมลงหรือไม่ คำตอบกว้างๆ คือ เสื่อมลง แต่ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเบาหวานในผู้ชายหรือผู้หญิง และขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ ด้วย
สิ่งสำคัญที่ควรรู้สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน

  • โรคเบาหวานจะไม่ทำให้ความสามารถในการมีเพศสัมพันธ์เปลี่ยนไปในผู้หญิง 
  • ผู้ชายที่เป็นเบาหวาน อารมณ์ทางเพศและความสามารถในการร่วมเพศอาจลดลงได้ทั้ง อย่าง 
  • การแข็งตัวของอวัยวะเพศในผู้ชายต้องอาศัยการทำงานของระบบประสาท หลอดเลือด ฮอร์โมน สารหลั่งบางอย่าง สิ่งเหล่านี้มักจะผิดปกติและเป็นต้นเหตุของ ED ในเบาหวาน 
  • เบาหวานอาจถือได้ว่าเป็นโรคที่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการED 
  • ผู้ที่เป็นเบาหวานที่ได้รับการวินิจฉัยมาประมาณ 10 ปี มีโอกาสเกิดอาการ ED ได้แล้วถึง 50-70% 
  • อายุยิ่งมาก ระยะเวลาเป็นเบาหวานยิ่งนาน การควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดี และการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ของเบาหวาน จะทำให้เป็น EDได้มากขึ้น 
  • ผู้ที่เป็นเบาหวานมักต้องกินยาหลายชนิด บางชนิดอาจทำให้เกิด EDได้ 
  • การรักษา ได้แก่ การแก้ไขปัจจัยเสี่ยงต่างๆ การให้ยาเม็ดเพื่อช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้นานขึ้น แต่ยาเหล่านี้ไม่สามารถกระตุ้นให้มีอารมณ์ทางเพศเพิ่มขึ้น
โดยทั่วไปโรคเบาหวานจะไม่ทำให้ความสามารถในการมีเพศสัมพันธ์เปลี่ยนไปในผู้หญิง แต่ถ้าโรคเบาหวานรุนแรงมาก หรือมีโรคแทรกซ้อนหลายๆ อย่างจนหญิงนั้นหมดอารมณ์ การมีเพศสัมพันธ์จะลดลง

ในผู้ชายที่เป็นเบาหวาน อารมณ์ทางเพศและความสามารถในการร่วมเพศอาจลดลงได้ทั้ง อย่าง เพราะในผู้ชาย การที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้จำเป็นต้องมีการแข็งตัวของอวัยวะเพศจนสามารถสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้หญิง การแข็งตัวของอวัยวะเพศในผู้ชายต้องอาศัยการทำงานของระบบประสาท หลอดเลือด ฮอร์โมน สารหลั่งบางอย่าง ตลอดจนอวัยวะเพศที่สมบูรณ์ ผู้ป่วยเบาหวานชาย ถ้ามีปัจจัยหลายๆ ประการที่กล่าวมานี้ขาดตกบกพร่อง มีโอกาสบ่อยที่จะเกิดการไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศ (Erectile dysfunction หรือ ED) ทั้งๆ ที่ยังมีอารมณ์อยากจะร่วมเพศอยู่เต็มเปี่ยม

กรณีนี้ จะเป็นความทุกข์ทรมานต่อจิตใจของผู้ป่วยเบาหวานอย่างยิ่ง เพราะรู้สึกว่าเป็นชายที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังอาจมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีก เช่น ภรรยาที่บ้านอาจระแวงว่าแอบไปมีหญิงอื่น หรือบางคนพาลมีอารมณ์หงุดหงิดในเวลาทำงาน ไม่มีสมาธิในการทำงาน ในผู้ชายที่ปลงได้ ก็อาจไม่มีปัญหาอะไร คิดว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่ในความเป็นจริงอาการ ED เป็นภาวะแทรกซ้อนอย่างหนึ่งของโรคเบาหวานที่พบได้บ่อยถึง 27% ถึง 75%ของผู้ที่เป็นเบาหวานแล้วแต่ว่าจะสำรวจในคนอายุมากหรือน้อย เป็นเบาหวานมานานหรือยัง มีโรคแทรกซ้อนของเบาหวานหรือยัง มีโรคอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ดื่มสุราหรือสูบบุหรี่หรือไม่ กินยาที่ทำให้เกิด ED ร่วมด้วยหรือไม่ มีปัญหาทางจิตใจอย่างอื่น
ร่วมด้วยหรือไม่ ส่วนในผู้หญิงเนื่องจากกระบวนการในการมีเพศสัมพันธ์ไม่ต้องมีการแข็งตัวของอวัยวะเพศจึงไม่มีโรค ED ในผู้หญิง

ผู้ที่เป็นเบาหวานชายยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้ความสามารถในการมีเพศสัมพันธ์ลดลงด้วยคือ การมีอารมณ์ทางเพศลดลงเนื่องจากขาดฮอร์โมนเพศชายเทสโตสเตอโรน (Testosterone) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชายสูงอายุ กรณีนี้บางคนอาจไม่รู้สึกเป็นทุกข์มาก เพราะไม่มีทั้งอารมณ์ที่จะร่วมเพศ (Libido ลดลง) และอวัยวะเพศก็ไม่แข็งตัว (ED) ความทุกข์ร้อนจึงอาจไม่เท่าชายฉกรรจ์ที่มีความรู้สึกทางเพศดีอยู่แต่อวัยวะเพศไม่แข็งตัวมีแต่อาการ ED
ชายที่เป็นเบาหวาน เป็น ED กันมากแค่ไหน

เบาหวานอาจถือได้ว่าเป็นโรคที่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการ ED มีรายงานมานานมากกว่า 200 ปี คือตั้งแต่ ค.ศ. 1798 ผู้ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสพบอาการ ED ได้มากกว่าคนที่ไม่เป็นเบาหวานที่มีอายุเท่าๆ กัน และสามารถพบได้แม้ว่าอายุยังน้อย ผู้ที่เป็นเบาหวานที่ได้รับการวินิจฉัยมาประมาณ 10 ปี มีโอกาสเกิดอาการ ED ได้แล้วถึง 50-70% ซึ่งอายุเป็นตัวแปรที่สำคัญของอาการนี้ คนที่อายุ 20-29 ปี พบ ED ได้ 9% อายุ >70 ปี พบได้ถึง 95%นอกจากนี้ อุบัติการณ์จะยิ่งเพิ่มขึ้นถ้าเป็นเบาหวานมานานมาก การควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดี และมีภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เกิดขึ้นแล้ว เช่น ที่ระบบประสาท หลอดเลือด หัวใจ ไต อายุเป็นตัวแปรที่สำคัญในการเกิด ED ทั้งในคนที่เป็นและไม่เป็นเบาหวาน ชายอายุ 80 ปี มีโอกาสเกิด ED ได้ 70-80% ไม่ว่าจะเป็นเบาหวานหรือไม่ แต่ที่อายุ 40 ปี ถ้าเป็นเบาหวาน มีโอกาสเป็น ED ได้ถึง 8-50%โดยที่คนทั่วไปพบได้เพียง 2% เท่านั้นที่อายุขนาดนี้
สาเหตุของ ED ของคนเป็นเบาหวาน

ดังกล่าวมาแล้วว่าสาเหตุของ ED มีหลายอย่าง ซึ่งแต่ละเรื่องก็พบได้ในโรคเบาหวาน หลอดเลือดแดงในคนเป็นเบาหวานจะแข็งและมีการยืดหดตัวที่ผิดปกติ ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงที่อวัยวะต่างๆ ลดลง นอกจากนี้บางส่วนของหลอดเลือดอาจมีการอุดตัน การไหลเวียนของเลือดจะยิ่งลดลง อวัยวะเพศชายประกอบด้วยเนื้อเยื่อที่คล้ายฟองน้ำซึ่งเต็มไปด้วยหลอดเลือดฝอยเล็กๆ การแข็งตัวเกิดจากการพองตัวของหลอดเลือดเพราะมีเลือดไหลมาคั่งไว้ ในผู้ที่เป็นเบาหวาน อาการ ED เกิดขึ้นเนื่องจากเลือดไหลมาบริเวณนี้น้อยลงและไม่สามารถทำให้เกิดการคั่งได้ ทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัว บางครั้งแข็งตัวได้แต่อยู่ได้ไม่นาน เพราะขาดสารหลั่งที่เรียกว่า ไนตริกอ๊อกไซด์ซึ่งสร้างจากปลายประสาท และผนังด้านในของหลอดเลือดที่เรียกว่าเอ็นโดธีเลี่ยม (endothelium) ไนตริกอ๊อกไซด์มีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดียิ่งขึ้น

ระบบประสาทอัตโนมัติในคนเป็นเบาหวานมักจะเสื่อมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ป่วยมานานและไม่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีมาตั้งแต่ต้น จัดว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนทางประสาทของโรคเบาหวานที่สำคัญที่ทำให้เกิดอาการ ED การควบคุมเบาหวานให้ดีตั้งแต่ต้นจึงเป็นทางหนึ่งที่สามารถป้องกันหรือชะลอการเกิด ED ได้ ถ้าเริ่มมาควบคุมระดับน้ำตาลหลังจากเป็นมานานแล้ว การป้องกันจะมีผลน้อยลง การเสื่อมของระบบประสาทที่มาควบคุมอวัยวะเพศจะทำให้การสร้างไนตริกอ๊อกไซด์จากปลายประสาทลดลงจึงทำให้เกิด ED

สารไนตริกอ๊อกไซด์ (nitric oxide, NO) นอกจากสร้างจากปลายประสาทแล้วยังสามารถสร้างจากเซลล์ที่บุผนังด้านในของหลอดเลือด (endothelial cell)คนเป็นเบาหวานจะมีการเสื่อมของเซลล์เหล่านี้ ทำให้สร้างไนตริกอ๊อกไซด์ได้ลดลง ผู้ที่เป็นเบาหวานมานานและควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดีพอ จะยิ่งมีการเสื่อมของเซลล์เอ็นโดธีเลี่ยมได้มาก ทำให้เกิดอาการ ED ได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้หากคนที่มีภาวะความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูงซึ่งพบได้บ่อยในคนเป็นเบาหวาน ก็ทำให้เกิดการเสื่อมของเซลล์เยื่อบุผนังด้านในของหลอดเลือดจะยิ่งทำให้เกิด ED ได้มากขึ้น ส่วนสาเหตุอื่นๆ เช่น การสูบบุหรี่ก็มีการวิจัยพบว่าทำให้หลอดเลือดตีบลงและมีการเสื่อมของเซลล์เอ็นโดธีเลี่ยม ดังนั้นการที่จะทำให้อาการ ED ดีขึ้น จำเป็นต้องงดการสูบบุหรี่ด้วย

ในคนเป็นเบาหวานที่มีอายุมากการสร้างฮอร์โมนเพศชายเทสโตสเตอโรนอาจลดลง มีส่วนทำให้อารมณ์ทางเพศลดลง และเกิดอาการ ED ได้ ส่วนใหญ่ของคนเป็นเบาหวานมักต้องกินยาหลายชนิด บางชนิดก็อาจทำให้เกิด ED ได้ เช่น ยาลดความดันโลหิตสูงประเภทเบต้าบล๊อคเก้อร์ ยากดระบบประสาท ยารักษาอาการซึมเศร้า ยารักษาโรคกระเพาะอาหารบางชนิด แต่ยารักษาโรคเบาหวานไม่ว่าชนิดเม็ดหรือชนิดฉีดไม่พบว่าทำให้เกิดอาการ ED ยาลดโคเลสเตอรอลในเส้นเลือดก็ไม่ทำให้เกิดอาการนี้

การป้องกันและรักษาโรค ED ในผู้ที่เป็นเบาหวาน
ผู้ชายที่รู้ตัวว่าเป็นเบาหวานแล้ว ถ้ายังไม่อยากให้เกิดอาการ ED ควรดูแลสุขภาพทางเพศ

ให้ดีโดยงดเว้นการสูบบุหรี่ ห้ามดื่มแอลกอฮอล์มากและบ่อยเกินควร ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าให้น้ำหนักตัวมากเกิน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงมาตรฐานให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการรับประทานยาที่อาจทำให้เกิดอาการ ถ้าปฏิบัติตัวได้ดีแล้ว แต่ก็ยังมีบางครั้งที่เกิด ED ควรปรึกษาแพทย์ การรักษาได้แก่การแก้ไขปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ การให้ยาเม็ดเพื่อช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้นานขึ้นจนสามารถร่วมเพศได้ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าถ้าไม่มีอารมณ์ทางเพศอวัยวะเพศจะไม่มีทางแข็งตัวได้ ยาเม็ดเหล่านี้ไม่สามารถกระตุ้นให้มีอารมณ์ทางเพศเพิ่มขึ้นแต่อารมณ์ทางเพศจะเกิดขึ้นจากการสัมผัส การมองเห็น การพูดจา ตลอดจนการมีฮอร์โมนเพศชายที่ปรกติ ในคนที่เหนื่อยล้ามากจากการทำงาน ไม่มีเวลาพักผ่อน นอนไม่หลับ เครียดมาก หรือการมีโรคร้ายแรงต่างๆ มากมาย อารมณ์เพศจะเกิดขึ้นได้ยาก

ผู้ที่มีอาการ ED รุนแรงการให้ยาเม็ดอาจต้องใช้ในขนาดที่สูง ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวานมากกว่าโรคอื่น แต่บางครั้งการที่ใช้ยาขนาดเริ่มต้นแล้วไม่ได้ผล อาจเนื่องจากการใช้ยาไม่ถูกวิธี เช่น ให้เวลายาในการออกฤทธิ์น้อยเกินไป จิตใจยังไม่พร้อมที่จะมีกิจกรรมทางเพศ ในผู้ป่วยที่ใช้ยาขนาดสูงสุดแล้วยังไม่ได้ผลจำเป็นต้องพบแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับโรคนี้ ซึ่งอาจแนะนำการใช้ยาสอดเข้าไปในช่องปัสสาวะ การฉีดยาเข้าที่อวัยวะเพศโดยตรง หรือการผ่าตัดเพื่อฝังแกนในอวัยวะเพศ




สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

ดูรายละเอียดที่ http://www.pannfiturok.blogspot.com/

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ประโยชน์ของวิตามินซีที่ผสมใน UROK


ประโยชน์ของวิตามินซีช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่และลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย

การรับประทานเป็นประจำจะช่วยให้ผิวใส เนียน นุ่มลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ

ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัด

ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

ประโยชน์วิตามินซี ช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิด

ช่วยต่อต้านการสร้างสารไนโตรซามีน (สารก่อมะเร็ง)

ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด

ประโยชน์ของวิตามินซี ช่วยลดความดันเลือด

ช่วยลดการเกิดเส้นเลือดเลือดอุดตัน ในหลอดเลือดดำ

ช่วยต่อชีวิตให้เซลล์โดยช่วยให้โปรตีนในเซลล์เกาะเกี่ยวกันได้ดีขึ้น

ช่วยเพิ่มการดูดซึมของธาตุเหล็ก

เป็นยาระบายตามธรรมชาติ

เพิ่มประสิทธิภาพของยาที่ใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

ช่วยลดอาการที่เป็นผลมาจากสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้

ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิด

ช่วยเร่งให้แผลหลังผ่าตัดหายเร็วยิ่งขึ้น


ช่วยในการรักษาแผลสด แผลไหม้ให้หายเร็วยิ่งขึ้น





สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

ดูรายละเอียดที่ http://www.pannfiturok.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สรรพคุณและประโยชน์ของคลอลาเจนในผลิตภัณท์ UROK




1.เป็นองค์ประกอบหลักของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในร่างกาย

2.เพิ่มความยืดหยุ่น มีน้ำมีนวล รู้ขุ่มขนตื่นขึ้นและกระชับให้กับผิวหนัง

3.เพิ่มความแข็งแรง  เรียบเนียน  ให้ความชุ่มชื้นป้องกันการเกิดริ้วรอย  เหยี่ว
หย่น

4.ช่วยให้การทำงานบริเวณข้อต่อ กระดูกอ่อนเป็นไปอย่างปกติ


5.ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ และข้อยึด รวมถึงป้องกันข้ออักเสบข้อเสื่อมในผู้

สูงอายได้








สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

ดูรายละเอียดที่ http://www.pannfiturok.blogspot.com/

ประโยชน์และสพรรคุณของปลาไหลเผือกในผลิตภัณท์ UROK


ประโยชน์ทางสมุนไพร :



ใช้ในการรักษา อาการข้อเสื่อม โดยเข้าไปในกระบวนการเมตาบอลิซึมของคอลลาเจน เพื่อมส่อมแซม เอ็นต่างๆ(tendon),ligament,cartilac ที่เสื่อม(เช่นรูมาติก,อาร์ทิสติก),Pariodontal,ghout และอื่นๆ
เช่นปวดข้อในหญิงวัยหมดประจำเดือน ใช้บำรุงเซ็กซ์ เสริมสมรรถภาพทางเพศ และช่วยเพิ่มจำนวนตัวสเปิร์มในน้ำอสุจิ เพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวของตัวสเปิร์ม นอกจากนี้ ยังช่วยในการรักษาโรคต่างๆ โดยเข้าไปเสริมสารต่างที่มีผลต่อโรคนั้นเช่น กระเพาะอาการอักเสบ ลดไข้ หอบหืด สร้างสมดุลให้กับฮอร์โมนเพศหญิง

ปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลีกับระดับเอนโดเจน

คนทั่วไปมักจะรู้จักฮอร์โมนเอนโดเจน เช่น ดีเอชอีเอ,เทสทอสเตร์โรน และโปรเจสเตอร์โรน ว่าฮอร์โมนเหล่านี้จะมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับสภาพหรือประสิทธิภาพเรื่องเซ็กซ์ และบทบาทของเซ้กซ์ แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ออร์โมนเหล่านี้ยังมีบทบาทที่ขาดไม่ได้ในการควบคุมเรื่องพลังงาน การสร้างกล้ามเนื้อ น้ำหนัก อารมณ์ดี การสร้างไขกระดูก และระบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระดับแอนโดเจนจะมีสภาวะที่ลดต่ำลงทั้งในชายและหญิง ระดับเทสทอสเตอโรนเองก็ลดลงตามอายุ จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์หรือแพทย์พบว่า เทสทอสเตอร์โรนจะมีระดับสูงสุดเมื่ออายุราวๆ 20 ปี และในบั้นปลายของชีวิตจะมีระดับเทสทอสเตอร์โรนเพียง 20%-50%เมื่ออายุ 80 ปี โดยเฉลี่ยแล้วจะลดลง 2% ต่อปี ผู้ชายทั่วไประดับเทสทอสเตอร์โรนจะเริ่มลดลงจนถึงระดับ 350 ng/ml เป็นระดับที่ประสิทธิภาพทางกายต่ำเมื่อมีอายุช่วง 50-60 ปี โดยปรกติทั่วไปเทสทอสเตอร์โรน ควรจะมีอยู่ในเลือดที่ระดับ 500-1,100 ng/ml เพื่อการบำบัดก็ควรจะมีระดับอยู่ราว 1500ng/ml

ส่วนผู้หญิง ภายในรังไข่จะรับผิดชอบในการผลิตเทสทอสเตอร์โรน ประมาณ 40% ของทั้งหมดที่ผลิตได้จากร่างกาย เมื่อระดับเทสทอสเตอร์โรนลดลง จะมีอาการอ่อนล้า น้ำหนักเพิ่ม สมรรถนะทางกาย พลังงาน และอารมณ์ต่ำลง ที่สำคัญจะขาดความต้องการทางเพศ ปลาไหลเผือกจะเป็นตัวช่วย ให้ระบบต่อมไร้ท่อมีความสมบูรณ์ในการผลิตแอนโดเจน


Tongkat Ali AphrodisiacProperties
ปลาไหลเผือกกับคุณสมบัติการกระตุ้นกามารมณ์

ปลาไหลเผือกกระตุ้นให้อัณฑะผลิตเทสทอสเตอร์โรนมากขึ้นด้วยตัวเอง โดยการส่งสัญญานไปที่ระบบประสาทส่วนกลางและต่อมพิททุอิทารี่ ไม่ใช่เป็นการให้ฮอร์โมนสังเคาะห์ ร่างกายเราสามารถรับเอาเทสทอสเตอร์โรนสังเคาะห์ได้ แต่ไอ้เจ้าฮอร์โมนสังเคาะห์จะเป็นตัวค่อยขัดขวางระบบต่างๆทางเพศ เป็นเหตุให้เจ้าโลกและอัณฑะของเราเหี่ยวเฉาลง เพราะว่าเมื่เทสทอสเตอร์โรนมี
ระดับ(เทียม)สูงขึ้น ฮอร์โมนเพศ( แอนโดเจน และ เอสโทรเจน) จะส่งสัญญานไปให้ร่างกายสั่งลดระดับหรือหยุดการผลิตเทสทอสเตอร์โรนเองของร่างกายลง เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "negative feedback" หรือ การสนองตอบด้านลบ ปลาไหลเผือกจะขัดขวางปฏิกิริยานี้ไม้ให้ไปยังระบบประสาทส่วนกลางและต่อมพิททุอิทารี่ รับรู้เพื่อเหตุผลที่ต้องการให้ร่างกายยังคงผลิตและยกระดับเทสทอสเตอร์โรน ทำให้อัณฑะสามารถผลิตเทสทอสเตอร์โรนได้เต็มหน้าที่และขีดความสามารถ เจ้าโลกและอัณฑะของท่านก็จะมีการเพิ่มขนาดที่ใหญ่โตขึ้น(ยืนยันว่าจริง)

Tongkat Ali IncreaseEnergy Level ปลาไหลเผือกกับการเพิ่มพลังงาน

พลังงานในร่างกายเราถูกสะสมอยู่ในรูปของ ATP (adenosine triphosphate) ซึ่งเป็นโมเลกุลที่มีพลังงานสูงมาก ถูกใช้โดยร่างกายเพื่อที่จะทำกิจกรรมต่างๆ จากการศึกษาและทดลองกับสัตว์ ปลาไหลเผือกมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงขบวนการผลิตพลังงานท่ามกลางปฏิกิริยาเรืองแสงภายในระบบเซลหรือในไมโตรคอนเดรีย (ชักจะลึก) ด้วยเหตุผลนี้ ปลาไหลเผือกสามารถที่จะนำมาบริโภคเพื่อกระตุ้นหรือยกระดับของพลังงาน ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถเอาชนะความเฉื่อยชา และความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี นอกจากการเพิ่มพลังงานปลาไหลเผือกยังดูเหมือนว่าช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหารเพื่อให้เกิดพลังงานอีกด้วยปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้เรารู้สึกมีอาการร้อนจากตามตัวจากการบริโภคปลาไหลเผือกครับผม

ปลาไหลเผือกกับความสมบูรณ์ของเสปิร์ม
จากการศึกษาพบว่า รากปลาไหลเผือกตัวเสปิร์มดีและแข็งแรง มีการเพิ่มขึ้นของจำนวนตัวอสุจิ ขนาด และความเร็วในการเคลื่อนที่ด้วย จากงานวิจัยการทดสอบกับหนูพบว่ามากเป็นเท่าตัว

Tongkat Ali Anti-OxidantProperties
ปลาไหลเผือกกับปฏิกิริยาต่อต้านอนุมูลอิสระ
การศึกษาที่เกี่ยวข้องหลายๆครั้งที่ผ่านมาโดยนักวิจัยชาวมาเลเซีย พบว่า รากปลาไหลเผือกประกอบไปด้วย Superoxide dimutase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระนั้นคือความสามารถในการหยุดยั้งปฏิกิริยาลูกโซ่ที่จะเป็นโทษต่อร่างกายเรา และทำให้ชลอความชราลงได้


สมุนไพรไทยอีกชนิดที่น่าสนใจ มีการใช้กันมาอย่างยาวนานนับศตวรรษ โดยบ้านเราเองใช้กันในแง่การนำมาเป็นยาแก้ไข้ รักษาฝีในท้อง และแก้ไข้มาลาเลีย ที่ไหนได้เพื่อนบ้านเราโดยเฉพาะที่ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย กลับมีการค้นพบว่า สมุนไพรปลาไหลเผือกหรือ ตองกัท อาลี นอกจากรักษาโรคได้หลายชนิด(กว่าร้อยโรคในเวียดนาม) ยังมีสรรพคุณพิเศษที่ใช้ในการกินหรือบริโภคเพื่อเป็นยาโด๊ป ในการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศให้แก่มนุษย์ได้เป็นอย่างดี อาจจะมากกว่าการใช้ยาไวอากร้าเสียอีก ใช้ได้ทั้งเพศชายและหญิง(แต่ปริมาณที่ใช้ในหญิงต้องน้อยกว่าชาย) มีข้อดีต่อร่างกายมากแทบหาผลเสียไม่ได้เลย ที่นี้เรามาดูกันว่า สมุนไพรนี้มีชื่อ ความเป็นมา ประโยชน์ และคุณค่าทางยาอย่างไรกันบ้าง

เริ่มจากชื่อ มีชื่อเรียกในทางวิทยาศาสตร์และตามท้องถิ่นดังนี้ :
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eurycoma longifolia Jack
วงศ์ : Simaroubaceae
ชื่อไทย : กรุงบาดาล คะนาง ชะนาง ตรึงบาดาล ตุงสอ แฮพันชั้น เพียก หยิกบ่อถอง หยิกไม่ถึง เอียนดอน ไหลเผือก
ชื่อเวียดนาม : เคบาบินห์หรือสมุนไพรรักษากว่า 100 โรค
ชื่อมาเลเซีย : ตองกาท อาลี หรือไม้เท้าของเฒ่าอาลี
ชื่ออินโดนีเซีย : Pasak Bumi
ลักษณะ : ไม้ยืนค้น สูง 4-6 เมตร ลำต้นตรง ไม่ค่อยแตกกิ่งก้าน ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ออกเป็นกระจุกบริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่แกมวงรี กว้าง 2-3 ซม. ยาว 5-7 ซม. สีเขียวเข้ม ยอดและใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีม่วงแดง ผลเป็นผลสด รูปยาวรี


เป็นสมุนไพรอันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ว่ามีคุณสมบัติทางการแพทย์ไม่แพ้ยาปฏิชีวนะที่ซึ่งพบได้ ในป่าในพื้นที่ทางภาคใต้ของไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ถูกใช้ในการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
ปลาไหลเผือกหรือตองกาท อาลี จะไปกระตุ้นกระบวนการชีวภาพสังเคราะห์ให้กับ hormone endrogen ซึ่งมีฤทธิ์ในการกระตุ้นกามารมณ์ นอกจากนี้ พืชชนิดนี้ยังมี Flavanoid ซึ่งมีฤทธิ์ เป็นสารต้านปฏิกิริยารวมตัวกับ

ออกซิเจน(antioxidance) ล่าสุดนักวิจัยมาเลเซีย ได้มีการวิจัยอย่างถึงแก่นแล้วกลับพบว่า มันมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็งและเชื้อเอชไอวี (ativirus) ได้ด้วย ซึ่งหน่วยงานของรัฐบาลมาเลเซียและสถาบันเทคโนโลยีแมทซาซูเสส หรือเอ็มไอที ได้ออกมาเปิดเผยถึงการค้นพบในครั้งนี้

Tongkat ali หรือปลาไหลเผือก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า "ยูรีโคมา ลองกิโฟเลีย" โดยเป็นพืชที่มีชื่อเสียงด้านการช่วยเพิ่มพลังทางเพศในชาย นอกจากนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ของมาเลเซีย ยังนิยมใช้พืชชนิดนี้มาช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนได้ดีขึ้น และยังใช้รักษาผิวหนังที่เกิดการติดเชื้อได้อีกด้วย

ตำรายาไทยใช้รากเป็นยาแก้ไข้ทุกชนิดรวมทั้งไข้จับสั่น พบว่าสารที่ออกฤทธิ์เป็นสารที่มีรสขมได้แก่ eurycomalactone eurycomanol และ 

eurycomanone สารทั้งสามมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาเลเรียชนิดฟัลซิพารัมในหลอดทดลองได้ จัดเป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพ และเห็นควรศึกษาวิจัยต่อไป แต่ในขณะที่มาเลเซียไปไกลกว่าไทยมากกว่า 10 ปี รัฐบาลส่งเสริมอย่างจริงจังทุกๆด้าน ทั้งเครื่องไม้เครื่องมือ เงินทอง บุคลากร รวมทั้งมีการศึกษาและวิจัยจากมหาลัยและสถาบันของรัฐบาลมากกว่า 16 แห่ง มีการจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับสมุนไพรนี้อีกหลายฉบับ มีการต่อยอดจากงานวิจัยผลิตจำหน่ายภายในและต่างประเทศเป็นสินค้าในลักษณะที่เป็นยา อาหารเสริม และเครื่องดื่ม โดยใช้ปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลีเป็นส่วนประกอบหลัก มากกว่า 100 ตราสินค้า โดยทั้งหมดเน้นคุณสมบัติทางด้านการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นไวอาก้าจากธรรมชาติกันเลย






สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

ดูรายละเอียดที่ http://www.pannfiturok.blogspot.com/