แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้นกเขาไม่ขัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้นกเขาไม่ขัน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ประโยชน์และสพรรคุณของปลาไหลเผือกในผลิตภัณท์ UROK


ประโยชน์ทางสมุนไพร :



ใช้ในการรักษา อาการข้อเสื่อม โดยเข้าไปในกระบวนการเมตาบอลิซึมของคอลลาเจน เพื่อมส่อมแซม เอ็นต่างๆ(tendon),ligament,cartilac ที่เสื่อม(เช่นรูมาติก,อาร์ทิสติก),Pariodontal,ghout และอื่นๆ
เช่นปวดข้อในหญิงวัยหมดประจำเดือน ใช้บำรุงเซ็กซ์ เสริมสมรรถภาพทางเพศ และช่วยเพิ่มจำนวนตัวสเปิร์มในน้ำอสุจิ เพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวของตัวสเปิร์ม นอกจากนี้ ยังช่วยในการรักษาโรคต่างๆ โดยเข้าไปเสริมสารต่างที่มีผลต่อโรคนั้นเช่น กระเพาะอาการอักเสบ ลดไข้ หอบหืด สร้างสมดุลให้กับฮอร์โมนเพศหญิง

ปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลีกับระดับเอนโดเจน

คนทั่วไปมักจะรู้จักฮอร์โมนเอนโดเจน เช่น ดีเอชอีเอ,เทสทอสเตร์โรน และโปรเจสเตอร์โรน ว่าฮอร์โมนเหล่านี้จะมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับสภาพหรือประสิทธิภาพเรื่องเซ็กซ์ และบทบาทของเซ้กซ์ แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ออร์โมนเหล่านี้ยังมีบทบาทที่ขาดไม่ได้ในการควบคุมเรื่องพลังงาน การสร้างกล้ามเนื้อ น้ำหนัก อารมณ์ดี การสร้างไขกระดูก และระบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระดับแอนโดเจนจะมีสภาวะที่ลดต่ำลงทั้งในชายและหญิง ระดับเทสทอสเตอโรนเองก็ลดลงตามอายุ จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์หรือแพทย์พบว่า เทสทอสเตอร์โรนจะมีระดับสูงสุดเมื่ออายุราวๆ 20 ปี และในบั้นปลายของชีวิตจะมีระดับเทสทอสเตอร์โรนเพียง 20%-50%เมื่ออายุ 80 ปี โดยเฉลี่ยแล้วจะลดลง 2% ต่อปี ผู้ชายทั่วไประดับเทสทอสเตอร์โรนจะเริ่มลดลงจนถึงระดับ 350 ng/ml เป็นระดับที่ประสิทธิภาพทางกายต่ำเมื่อมีอายุช่วง 50-60 ปี โดยปรกติทั่วไปเทสทอสเตอร์โรน ควรจะมีอยู่ในเลือดที่ระดับ 500-1,100 ng/ml เพื่อการบำบัดก็ควรจะมีระดับอยู่ราว 1500ng/ml

ส่วนผู้หญิง ภายในรังไข่จะรับผิดชอบในการผลิตเทสทอสเตอร์โรน ประมาณ 40% ของทั้งหมดที่ผลิตได้จากร่างกาย เมื่อระดับเทสทอสเตอร์โรนลดลง จะมีอาการอ่อนล้า น้ำหนักเพิ่ม สมรรถนะทางกาย พลังงาน และอารมณ์ต่ำลง ที่สำคัญจะขาดความต้องการทางเพศ ปลาไหลเผือกจะเป็นตัวช่วย ให้ระบบต่อมไร้ท่อมีความสมบูรณ์ในการผลิตแอนโดเจน


Tongkat Ali AphrodisiacProperties
ปลาไหลเผือกกับคุณสมบัติการกระตุ้นกามารมณ์

ปลาไหลเผือกกระตุ้นให้อัณฑะผลิตเทสทอสเตอร์โรนมากขึ้นด้วยตัวเอง โดยการส่งสัญญานไปที่ระบบประสาทส่วนกลางและต่อมพิททุอิทารี่ ไม่ใช่เป็นการให้ฮอร์โมนสังเคาะห์ ร่างกายเราสามารถรับเอาเทสทอสเตอร์โรนสังเคาะห์ได้ แต่ไอ้เจ้าฮอร์โมนสังเคาะห์จะเป็นตัวค่อยขัดขวางระบบต่างๆทางเพศ เป็นเหตุให้เจ้าโลกและอัณฑะของเราเหี่ยวเฉาลง เพราะว่าเมื่เทสทอสเตอร์โรนมี
ระดับ(เทียม)สูงขึ้น ฮอร์โมนเพศ( แอนโดเจน และ เอสโทรเจน) จะส่งสัญญานไปให้ร่างกายสั่งลดระดับหรือหยุดการผลิตเทสทอสเตอร์โรนเองของร่างกายลง เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "negative feedback" หรือ การสนองตอบด้านลบ ปลาไหลเผือกจะขัดขวางปฏิกิริยานี้ไม้ให้ไปยังระบบประสาทส่วนกลางและต่อมพิททุอิทารี่ รับรู้เพื่อเหตุผลที่ต้องการให้ร่างกายยังคงผลิตและยกระดับเทสทอสเตอร์โรน ทำให้อัณฑะสามารถผลิตเทสทอสเตอร์โรนได้เต็มหน้าที่และขีดความสามารถ เจ้าโลกและอัณฑะของท่านก็จะมีการเพิ่มขนาดที่ใหญ่โตขึ้น(ยืนยันว่าจริง)

Tongkat Ali IncreaseEnergy Level ปลาไหลเผือกกับการเพิ่มพลังงาน

พลังงานในร่างกายเราถูกสะสมอยู่ในรูปของ ATP (adenosine triphosphate) ซึ่งเป็นโมเลกุลที่มีพลังงานสูงมาก ถูกใช้โดยร่างกายเพื่อที่จะทำกิจกรรมต่างๆ จากการศึกษาและทดลองกับสัตว์ ปลาไหลเผือกมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงขบวนการผลิตพลังงานท่ามกลางปฏิกิริยาเรืองแสงภายในระบบเซลหรือในไมโตรคอนเดรีย (ชักจะลึก) ด้วยเหตุผลนี้ ปลาไหลเผือกสามารถที่จะนำมาบริโภคเพื่อกระตุ้นหรือยกระดับของพลังงาน ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถเอาชนะความเฉื่อยชา และความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี นอกจากการเพิ่มพลังงานปลาไหลเผือกยังดูเหมือนว่าช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหารเพื่อให้เกิดพลังงานอีกด้วยปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้เรารู้สึกมีอาการร้อนจากตามตัวจากการบริโภคปลาไหลเผือกครับผม

ปลาไหลเผือกกับความสมบูรณ์ของเสปิร์ม
จากการศึกษาพบว่า รากปลาไหลเผือกตัวเสปิร์มดีและแข็งแรง มีการเพิ่มขึ้นของจำนวนตัวอสุจิ ขนาด และความเร็วในการเคลื่อนที่ด้วย จากงานวิจัยการทดสอบกับหนูพบว่ามากเป็นเท่าตัว

Tongkat Ali Anti-OxidantProperties
ปลาไหลเผือกกับปฏิกิริยาต่อต้านอนุมูลอิสระ
การศึกษาที่เกี่ยวข้องหลายๆครั้งที่ผ่านมาโดยนักวิจัยชาวมาเลเซีย พบว่า รากปลาไหลเผือกประกอบไปด้วย Superoxide dimutase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระนั้นคือความสามารถในการหยุดยั้งปฏิกิริยาลูกโซ่ที่จะเป็นโทษต่อร่างกายเรา และทำให้ชลอความชราลงได้


สมุนไพรไทยอีกชนิดที่น่าสนใจ มีการใช้กันมาอย่างยาวนานนับศตวรรษ โดยบ้านเราเองใช้กันในแง่การนำมาเป็นยาแก้ไข้ รักษาฝีในท้อง และแก้ไข้มาลาเลีย ที่ไหนได้เพื่อนบ้านเราโดยเฉพาะที่ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย กลับมีการค้นพบว่า สมุนไพรปลาไหลเผือกหรือ ตองกัท อาลี นอกจากรักษาโรคได้หลายชนิด(กว่าร้อยโรคในเวียดนาม) ยังมีสรรพคุณพิเศษที่ใช้ในการกินหรือบริโภคเพื่อเป็นยาโด๊ป ในการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศให้แก่มนุษย์ได้เป็นอย่างดี อาจจะมากกว่าการใช้ยาไวอากร้าเสียอีก ใช้ได้ทั้งเพศชายและหญิง(แต่ปริมาณที่ใช้ในหญิงต้องน้อยกว่าชาย) มีข้อดีต่อร่างกายมากแทบหาผลเสียไม่ได้เลย ที่นี้เรามาดูกันว่า สมุนไพรนี้มีชื่อ ความเป็นมา ประโยชน์ และคุณค่าทางยาอย่างไรกันบ้าง

เริ่มจากชื่อ มีชื่อเรียกในทางวิทยาศาสตร์และตามท้องถิ่นดังนี้ :
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eurycoma longifolia Jack
วงศ์ : Simaroubaceae
ชื่อไทย : กรุงบาดาล คะนาง ชะนาง ตรึงบาดาล ตุงสอ แฮพันชั้น เพียก หยิกบ่อถอง หยิกไม่ถึง เอียนดอน ไหลเผือก
ชื่อเวียดนาม : เคบาบินห์หรือสมุนไพรรักษากว่า 100 โรค
ชื่อมาเลเซีย : ตองกาท อาลี หรือไม้เท้าของเฒ่าอาลี
ชื่ออินโดนีเซีย : Pasak Bumi
ลักษณะ : ไม้ยืนค้น สูง 4-6 เมตร ลำต้นตรง ไม่ค่อยแตกกิ่งก้าน ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ออกเป็นกระจุกบริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่แกมวงรี กว้าง 2-3 ซม. ยาว 5-7 ซม. สีเขียวเข้ม ยอดและใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีม่วงแดง ผลเป็นผลสด รูปยาวรี


เป็นสมุนไพรอันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ว่ามีคุณสมบัติทางการแพทย์ไม่แพ้ยาปฏิชีวนะที่ซึ่งพบได้ ในป่าในพื้นที่ทางภาคใต้ของไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ถูกใช้ในการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
ปลาไหลเผือกหรือตองกาท อาลี จะไปกระตุ้นกระบวนการชีวภาพสังเคราะห์ให้กับ hormone endrogen ซึ่งมีฤทธิ์ในการกระตุ้นกามารมณ์ นอกจากนี้ พืชชนิดนี้ยังมี Flavanoid ซึ่งมีฤทธิ์ เป็นสารต้านปฏิกิริยารวมตัวกับ

ออกซิเจน(antioxidance) ล่าสุดนักวิจัยมาเลเซีย ได้มีการวิจัยอย่างถึงแก่นแล้วกลับพบว่า มันมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็งและเชื้อเอชไอวี (ativirus) ได้ด้วย ซึ่งหน่วยงานของรัฐบาลมาเลเซียและสถาบันเทคโนโลยีแมทซาซูเสส หรือเอ็มไอที ได้ออกมาเปิดเผยถึงการค้นพบในครั้งนี้

Tongkat ali หรือปลาไหลเผือก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า "ยูรีโคมา ลองกิโฟเลีย" โดยเป็นพืชที่มีชื่อเสียงด้านการช่วยเพิ่มพลังทางเพศในชาย นอกจากนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ของมาเลเซีย ยังนิยมใช้พืชชนิดนี้มาช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนได้ดีขึ้น และยังใช้รักษาผิวหนังที่เกิดการติดเชื้อได้อีกด้วย

ตำรายาไทยใช้รากเป็นยาแก้ไข้ทุกชนิดรวมทั้งไข้จับสั่น พบว่าสารที่ออกฤทธิ์เป็นสารที่มีรสขมได้แก่ eurycomalactone eurycomanol และ 

eurycomanone สารทั้งสามมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาเลเรียชนิดฟัลซิพารัมในหลอดทดลองได้ จัดเป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพ และเห็นควรศึกษาวิจัยต่อไป แต่ในขณะที่มาเลเซียไปไกลกว่าไทยมากกว่า 10 ปี รัฐบาลส่งเสริมอย่างจริงจังทุกๆด้าน ทั้งเครื่องไม้เครื่องมือ เงินทอง บุคลากร รวมทั้งมีการศึกษาและวิจัยจากมหาลัยและสถาบันของรัฐบาลมากกว่า 16 แห่ง มีการจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับสมุนไพรนี้อีกหลายฉบับ มีการต่อยอดจากงานวิจัยผลิตจำหน่ายภายในและต่างประเทศเป็นสินค้าในลักษณะที่เป็นยา อาหารเสริม และเครื่องดื่ม โดยใช้ปลาไหลเผือกหรือตองกาทอาลีเป็นส่วนประกอบหลัก มากกว่า 100 ตราสินค้า โดยทั้งหมดเน้นคุณสมบัติทางด้านการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นไวอาก้าจากธรรมชาติกันเลย






สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

ดูรายละเอียดที่ http://www.pannfiturok.blogspot.com/

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2556

มะเร็งจู๋ โรคร้ายที่ผู้ชายไม่อยากเป็น


ปัจจุบันในสังคมเรามีการตื่นตัวเกี่ยวกับเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ จะเห็นว่ามีคอลัมภ์ต่าง ๆ ทั้งหนังสือ ทีวี อินเตอเน็ต แคมฟร๊อก (ไม่เกี่ยว) พูดถึงการดูแลตัวเอง การป้องกัน การขายยา และการรักษา โรคร้ายต่าง ๆ ซึ่งหนึ่งในหลาย ๆ โรคที่ได้ยินกันบ่อยในสังคมปัจจุบันคือโรคมะเร็ง (ก็ขนาดป้าเช็งยังคิดน้ำหมักมารักษามะเร็งเลย)

หลายคนรู้จักและเคยเห็นผู้ป่วยโรคมะเร็งในหลาย ๆ แบบ ซึ่งปัจจุบันที่กำลังเป็นที่พูดถึงกันมากก็คือมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นโรคที่ครองแชมป์อันดับหนึ่งของมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้หญิง โดยมีอัตราการเสียชีวิตของ มะเร็งปากมดลูก เฉลี่ยสูงถึง 7 คนต่อวัน และพบผู้ป่วย มะเร็งปากมดลูก รายใหม่สูงถึง 6,000 คนต่อปี ซึ่งทำให้มีการตื่นตัวขึ้นมารณรงค์การป้องกันรวมถึงฉีดวัคซีนเพื่อลดโอกาสการเกิดโรคร้ายนี้ขึ้น

สำหรับผู้ชาย หลายคนอาจจะรู้สึกดีใจที่ไม่ต้องมากังวลจะเป็นมะเร็งปากมดลูก โดยที่ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้ว มะเร็งสำหรับผู้ชายเองก็มี แถมเกิดที่อวัยวะส่วนสำคัญได้ด้วย จึงเป็นที่มาของเนื้อหาคราวนี้ครับ






อก้อนผิดปกติครับบริเวณของสำคัญ 35 เปอร์เซ็นต์มาด้วยมีแผลเรื้อรัง และอีก17 เปอร์เซนต์มาด้วยการอักเสบระคายเคืองครับ

ส่วนตำแหน่งที่มีโอกาสเจอที่สุดนี่ จากตัวเลขข้อมูลของฝรั่งนะครับ
48 เปอร์เซ็นต์จะพบความผิดปกติที่บริเวณส่วนหัว 21 เปอร์เซ็นต์พบที่หนังหุ้มปลาย มี 9 เปอรเซ็นต์พบรวมกัน ที่เหลือคือพบบริเวณคอและลำครับ

ดังนั้นการตรวจได้ง่ายสุดก็คือคลำได้ก้อนผิดปกติตรงบริเวณจู๋ครับ คือไล่มาตั้งแต่ตรงหนังหุ้มปลาย ส่วนหัว ส่วนลำครับ ถ้าสังเกตว่ามีก้อนอะไรที่ไม่ชอบมาพากล และก้อนนั้นหน้าตาไม่ค่อยน่ารัก สีสันแปลกตาโดยที่ไม่ได้ทานคลอโรฟิลด์ โตวันโตคืน ถ้าเจอก็อย่าพึ่งหลงดีใจว่าสวรรค์เมตตาให้ใหญ่ขึ้นนะครับ กรุณาช่วยพาก้อนมาพบให้คุณหมอตรวจดูหน่อย อาจจะงานเข้าครับ







โดยก้อนหรือลักษณะพวกนี้คือลักษณะที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงที่จะมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งครับ


เวลาพูดถึงโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น การป้องกันส่วนใหญ่จะง่ายกว่าการรักษาครับ เหมือนเรื่องการแบ่งแยกชนชั้นที่เกิดขึ้นในประเทศสารขัณท์นี่ก็เหมือนกัน ปล่อยให้เลยเถิดมานานพอตอนนี้จะแก้ไขก็ยากแล้วครับ


พบว่าสาเหตุสำคัญที่สุดในการที่จะทำให้เป็นโรคนี้คือเรื่องการดูแลสุขอนามัยครับ จู๋คนเราเป็นอวัยวะที่มีหมวกคลุม ทีนี้ในแต่ละวันเราใช้งานส่วนนี้เป็นทางผ่านของปัสสาวะ และในแต่ละวันร่างกายเราก็สร้างเหงื่อ ขี้ไคล ผลัดผิวกันตลอดโดยไม่ต้องใช้ AHA ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากไม่ดูแลสุขอนามัยให้ดี หลาย ๆ คนก็อาจจะเคยเจอกับกลิ่นหรือคราบที่ไม่พึงประสงค์ได้ครับ ซึ่งหลายคนคงเคยเจอและตั้งชื่อกันได้เห็นภาพมากว่าขี้เปียก (smegma)




ในขี้เปียกนี่ จะมีเชื้อแบคทีเรียตัวนึงครับที่ชื่อ mycobacterium smegmatis ซึ่งพบได้ถึงครึ่งนึงของผู้ชายที่ไม่ได้ทำการขริบ จะทำให้เกิดการระคายเคืองแบบ combo ตรงบริเวณจู๋และทำให้เซลล์ปกติมีปัญหาครับ

โดยจากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า ผู้ชายที่มีหนังหุ้มปลายตีบจนไม่สามารถรูดได้หรือรูดได้ไม่สะดวกที่เรียกว่า PHiMOSIS มีโอกาสเป็นมะเร็งจู๋มากกว่าคนทั่วไปถึง 10 เท่าเลยครับ ซึ่งสาเหตุก็มาจากการหมักหมมและระคายเคืองของสิ่งที่อยู่ด้านในใต้หมวกครับ ทำให้เซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลง transformer เป็นเซลล์ชนิดไม่ดีครับ

นอกจากนี้ HPV virus เป็นอีกสาเหตุนึงที่กำลังมีการพูดถึงกันมากและเป็นที่ยืนยันว่าทำให้เกิดโรคนี้ได้เช่นเดียวกัน (เป็นตัวเดียวกับที่เกิดในมะเร็งปาก
มดลูกของผู้หญิงนี่แหละครับ) โดยพบว่าผู้ชายที่ไม่ได้ทำการขริบจะพบเชื้อตัวนี้มากกว่าคนที่ทำการขริบแล้ว 3 เท่า ซึ่งก็ตรงไปตรงมาครับก็คือเรื่องการดูแลสุขอนามัยอีกแหละ เพราะถ้ามีหมวกแล้วไม่ดูแลให้ดี ก็มีโอกาสที่พวกเชื้อจะไปซ่อนอยู่ตามซอกหลืบหรือรอยพับได้ และที่สำคัญก็คือซวยคนเดียวไม่เท่าไหร่ ดันเอาไปใช้งานกับผู้หญิงแล้วไปหย่อนเชื้อไว้ให้เค้านี่แหละครับ เชื้อตัวนี้อยู่กับผู้ชาย พลิกมาพลิกไปล้างดี ๆ เอาน้ำฉีดก็อาจจะทำความสะอาดได้แต่เมื่อเข้าไปอยู่กับผู้หญิงนี่ เค้าจะเอาออกมาล้างอย่างไรครับ จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้

เกิดมะเร็งปากมดลูกแบบที่ผู้หญิงก็งงว่า ตัวเองไปติดมาได้อย่างไร (มะเร็งปากมดลูกนี่พบได้น้อยมาก ๆ ในผู้หญิงโสดครับและพบได้มาก ๆ ในผู้หญิงที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย และงานวิจัยพบว่าผู้หญิงที่มี sex กับผู้ชายที่ไม่ได้ขริบจะมีโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูกมากกว่าถึง 4 เท่าครับ)

อีกสาเหตุนึงที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงก็คือบุหรี่ครับ พบว่าคนที่สูบบุหรี่นี่มีโอกาสเป็นมะเร็งจู๋มากกว่าคนที่ไม่ได้สูบถึง 4.5 เท่า โดยทางการแพทย์อธิบายว่าสารที่อยู่ในบุหรี่มันไปยับยั้งการทำงานของ langerhan cell ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยจับกับเชื้อไวรัสครับ ดังนั้นยิ่งสูบยิ่งเสื่อมครับ





ทีนี้หากวันร้ายคืนร้ายเกิดมะเร็งขึ้นมาแล้วจะทำอย่างไร
เมื่อมา รพ.ด้วยก้อนหรือแผล คุณหมอก็จะทำการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจก่อนครับ ถ้าผลออกมายืนยันว่าเป็นเนื้อร้ายจริง ทีนี้ก็งานเข้าแล้วครับ โดยวิธีการรักษานั้นที่ดีที่สุดก็คือตัดอวัยวะตรงที่มีก้อนหรือแผลนั้นออกครับ โดยต้องตัดให้เลยส่วนก้อนเข้ามา 2 เซนต์ครับ เพื่อจะลดโอกาสการเกิดซ้ำ ดังนั้นตอนนี้ก็ขึ้นกับบุญทำกรรมแต่งครับว่าคุณพ่อให้มาเท่าไหร่ ถ้ามีเหลือเยอะ ตัดออกไปแล้วยืนฉี่ได้ก็ดีไปครับ แต่ถ้าของเดิมก็ไม่มาก ตัดออกไปอีก คราวนี้ต้องทำท่อปัสสาวะให้ใหม่ แล้วนั่งฉี่ครับ







ทางตะวันตกมักจะเอาใจคนไข้ที่เป็นโดยพยายามเอาออกให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ เช่นเป็นแค่ปลายก็แค่ฝานเนื้อที่มีปัญหาออก หรือเอาออกเป็นส่วน ๆ เพื่อเก็บจู๋ไว้ให้คนไข้ แต่ปัญหาที่เกิดคือมีโอกาสเกิดซ้ำสูงมากครับ และทำให้ตัวมะเร็งมันดาวกระจายไปสู่อวัยวะส่วนอื่นมากขึ้น

หากเป็นระยะลุกลามหรือดาวกระจายไปแล้ว ก็มีการเอาวิธีฉายแสงและให้เคมีบำบัดเข้ามาช่วยครับ แต่ก็ยืดอายุไปได้ไม่ค่อยหายขาดครับ

ถ้าจะเลือกวิธีการรักษาก็ต้องรู้ระยะและโอกาสครับ หากเป็นระยะแรกและรักษาเอาเนื้อร้ายออกหมดนี่ โอกาสหายสูงถึง 80 – 100 เปอร์เซ็นต์เลยครับ แต่ถ้าเป็นระยะลุกลามโอกาสที่จะอยู่ถึง 5 ปีก็ครึ่งนึง แต่ถ้าเพิกเฉยอารยะขัดขืนไม่รักษานี่ ส่วนใหญ่ไปภายในสองปีครับ


โรคมะเร็งที่จู๋นี่ เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยแต่ถ้าเป็นทีนี่ฝันร้ายของผู้ชายทุกคนครับ วิธีป้องกันที่ดีและง่ายสุดก็คือการดูแลสุขอนามัยของอวัยวะส่วนสำคัญของตัวเองให้ดีครับ เอามาเปิดหมวกล้างให้สะอาดสม่ำเสมอ หากหมวกแคบหรือยาวไปเป็นอุปสรรคก็ไปให้คุณหมอขริบออก และก็อย่าสูบบุหรี่ หากเจอสิ่งผิดปกติไม่ชอบมาพากลก็รีบไปรพ.ครับ อย่ามัวแต่อายหรือคิดว่าเป็นการจัดฉากครับ รักษาระยะแรกดีกว่าปล่อยให้ลุกลามครับ






สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณวราพร แคล้วศึก โทร 085-9083178

ดูรายละเอียดที่ http://www.pannfiturok.blogspot.com/